เติร์กเมนิสถาน ประวัติเป็นอย่างไร?

เติร์กเมนิสถาน เป็นประเทศที่ไม่มีได้ติดกับทะเล และมีพรมแดนติดกันระหว่าง คาซัคสถาน อซเบกิสถาน ประเทศอัฟกานิสถาน อิหร่าน และมีชายฝั่งทะเลสาบแคสเปียน ในอดีตนั้นดินแดนแถบนี้เป็น หนึ่งในเส้นทางสายไหมการค้าขาย อันเป็นเส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุด แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เดิมทีนั้นเองดินแดนในแถบนี้ เป็นที่พักของคาราวานสินค้า รวมถึงเมืองต่างๆที่อยู่ในละแวกนี้

ต่างได้รับความเจริญและเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นับว่าเป็นการค้าขายที่เชื่อมเข้ากัน ทั้งสองทวีปอย่างเอเชียและยุโรปนั้นเอง ในยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้น ชาวยุโรปในตะวันตกนั้น ยังไม่ได้มีการพัฒนาทางสังคมมากนัก

ยังคงปกครองกันด้วยระบบชนเผ่า แต่ทางโลกตะวันออกนั้น เริ่มมีการเดินทางติดต่อ และแลกเปลี่ยนวิทยาการต่างๆ ในโลกของเอเชียนั้นผู้คนส่วนมาก มักมีระบบสังคมที่รวมกันเหนียวแน่น กว่าชาวตะวันตกในเวลาดั่งกล่าว จึงสามารถรวมตัวกันเป็นอาณาจักร

ที่ยิ่งใหญ่ได้นั้นเอง ในช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นช่วงที่ชาวมองโกล ได้เริ่มรุกรานจากจีนมายังเอเชียกลาง ไปจนถึงโปแลนด์ที่เป็นโซนยุโรปแล้วนั้นเอง ด้วยกองทัพมองโกลนั้นที่มีความเชียวชาญ บนหลังม้าในการรบนั้น ได้อาศัยเส้นทางสายไหม

เป็นเส้นทางในการเดินทัพหลัก และทำให้ดินแดนบริเวณเอเชียกลางนั้น ได้รับวัฒนธรรมชาวมองโกลไปด้วย หลังจากที่พวกเขาไล่ยึดดินแดนต่างๆ จากโลกมุสลิมแล้วนั้นเอง ตามบันทึกประวัติศาสตร์แล้วนั้นเอง ประเทศในแถบเอเชียกลางนั้น ล้วนเป็นลูกหลายของชาวมองโกล

เพราะด้วยการปกครองของชาวมองโกล ที่ยิ่งใหญ่อย่างมากและการผสมผสาน ของชาวมองโกลและคนท้องถิ่น ทำให้ผู้คนในแถบนี้นั้นเอง มีหน้าตาคล้าย กับคนทางฝั่งเอเชีย และวัฒนธรรมอื่นๆในการดำรงชีวิตด้วยนั้นเอง ในเวลาต่อมานั้นเองประเทศ

ได้ตกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ในช่วงยุคสงครามเย็นนี้เอง ความขัดแย้งในเอเชียกลาง เริ่มมีมากขึ้นในสงครามการรบแบบตัวแทน ทำให้ประเทศในเครือสหภาพโซเวียต ต่างได้รับผลกระทบทางสงคราม และเศรษฐกิจนั้นเอง ภายหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายไป

ประเทศในแถบนี้นั้นได้แยกตัวจากรัสเซีย เกิดเป็นประเทศใหม่ๆขึ้นมากมายในแถบนี้ รวมถึงเติร์กเมนิสถานเอง ที่ได้เปลี่ยนระบอบมาเป็น ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีอำนาจเบ็ดเสร็จภายในรัฐบาลนั้นเอง

เติร์กเมนิสถาน

เติร์กเมนิสถาน มีความคล้ายเกาหลีเหนืออย่างไร?

หลายๆคนคงรู้จักประเทศเกาหลีเหนือกันดี ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพที่ถูกจำกัดเอาไว้ ภายใต้ความเชื่อของผู้นำที่เป็นผู้กำหนด รวมถึงเติร์กเมนิสถานเองด้วยเช่นกัน ที่ถือได้ว่าเป็นเกาหลีเหนือในดินแดนเอเชียกลาง เพราะด้วยความเข้มงวดของกฎหมาย และสิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัดนั้นเอง ความร่ำรวยกระจุกอยู่แค่คนบางกลุ่ม ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนั้น มีอัตราเงินเดือนที่ต่ำกว่า

ความเป็นอยู่ในประเทศนั้นเอง ด้วยประเทศที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้การผูกขาดด้านพลังงานนั้น มีแค่ฝั่งรัฐบาลและประเทศผู้ค้านั้นเอง ทำให้ความเจริญส่วนใหญ่กระจุกอยูแต่ในเมือง แต่ในส่วนภูมิภาคนั้นความเป็นอยู่ กลับแตกต่างจากภายในเมือง

ราวกับเป็นอีกโลกเลยทีเดียว อีกทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม ผู้คนในประเทศนั้น นับถือศาสนาอิสลามสุหนี่ถึง 89% ศาสนาคริสต์ออโธด็อกซ์ 9% อื่นๆอีก 2% ทางด้านศาสนาเอง ประเทศแห่งนี้ได้ปกครองภายใต้กฎของศาสนา ที่ทำให้ผู้คนในประเทศนั้น

สามารถอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และศาสนาไปพร้อมๆกันนั้นเอง ทำให้แนวคิดอิสระหรือว่า วิทยาการจากทางฝั่งตะวันตกนั้น เหมือนติดกับกรอบวัฒนธรรม ที่ทำให้ประเทศแห่งนี้ ไม่สามารถคิดอะไรได้นอกจากกรอบที่วางไว้นั้นเอง แต่ถึงยังไงนั้น

ประเทศเติร์กเมนิสถานนี้เอง ก็ยังคงเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ในแบบเอเชียกลางนั้นเอง อีกทั้งยังเป็นประเทศในแถบเอเชียกลาง อีกประเทศหนึ่งที่การท่องเที่ยว มีความน่าสนใจอย่างมาก แต่อีกด้านหนึ่งของความเป็นจริง ภายในประเทศแห่งนี้ต่างรับกับความกดดัน และการปกครองที่ไม่ได้เอื้อให้ คนทุกคนเท่ากันนั้นเอง 

เติร์กเมนิสถานสถานท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง?

เติร์กเมนิสถาน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่น่าทึ่งอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล แต่กลับมีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่มีความอลังการเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมืองในหลายๆเมืองของเติร์กเมนิสถานนั้น ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับ การเปิดประเทศให้โลกได้รู้จักประเทศแห่งนี้มากขึ้นนั้นเอง แต่ก็มีกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่ไม่เหมือนใครนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ กรุงอาชกาบัต ( Ashgabat ) เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีประชากรในเมืองราว 1 ล้านคน ที่มาของชื่อเมืองนี้มาจาก ภาษาเปอร์เซียโบราณ ที่แปลว่า “เมืองแห่งความรัก” ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคาราคุม ( Karakum )

ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีเนื้อ ที่ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประเทศ เมืองแห่งนี้มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม เพราะด้วยครั้งหนึ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้ต้องบูรณะเมืองขึ้นมาใหม่ และในช่วงเวลานั้นอยู่ประเทศ อยู่ภายใต้สหภาพโซเวียต ได้สร้างเมืองแห่งนี้ให้มีสถาปัตยกรรมแบบสหภาพโซเวียต

โดยใช้อิฐสีเทาในการก่อสร้าง และใช้งานศิลปะแบบอลังการ ( Art Deco ) ภายหลังนั้นได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้ง ในยุคของประธาณาธิบดีคนแรกของประเทศอย่าง         นายซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ ( Saparmurat Niyazov ) ด้วยเมืองแห่งนี้ทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด

ทำให้มีความโดดเด่นอย่างมาก หากได้เดินชมรอบภายในเมืองแล้วละก็ เหมือนกับเราอยู่ในโลกแฟนตาซีกันเลยทีเดียว เมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลาง ทางสถาปัตยกรรมของประเทศ ที่มีการผสมผสานกัน ระหว่างของโบราณและสมัยใหม่นั้นเอง

สถานที่ต่อไปคือ หลุมก๊าชดาร์วาซา ( Darwaza Gas Crater ) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ประตูสู่ขุมนรก ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคาราคุม ใกล้กับหมู่บ้านเดรเวเซ ( Derweze ) ในบริเวณแห่งนี้เต็มไปด้วยก๊าชธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ มีหลุมก๊าชเปลวไฟติดอยู่

ตลอดเวลาไม่ดับมากว่า 40 ปีเลยทีเดียว จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ทางธรรมชาติ ที่เป็นไฮไลท์หนึ่งของ การท่องเที่ยวเติร์กเมนิสถานเลยทีเดียว สาเหตุที่หลุมแห่งนี้มีเปลวไฟอยู่ตลอดนั้น เริ่มมาจากการขุดเจาะหาน้ำมันของวิศวกรโซเวียต เมื่อปี  ค.ศ.1971 ด้วยความผิดพลาดทำให้พื้นดินยุบตัวลง

อุปกรณ์การขุดเจาะต่างๆ รวมถึงสิ่งของต่างๆอยู่ภายใต้หลุม ที่มีกลิ่นก๊าชโพยพุ่งอยู่ตลอด ด้วยความปลอดภัย ของสภาพแแวดล้อมโดยรอบ วิศวกรชาวโซเวียตได้ตัดสินใจ จุดไฟให้ในหลุมนั้นไม่ให้กลิ่นก๊าชระเหยออกไป และหวังว่าให้ก๊าชนั้นหมดไป แต่ทว่ามันกลับไหม้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนั้นเอง

เราไปกันต่อที่ ปราการพาร์เทียนแห่งเมืองนิสา ( Parthian Fortress of Nisa ) เมืองแห่งนี้นั้นในอดีตเป็นที่ตั้งของ อาณาจักร Parthian ซึ่งมีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียกลาง ในช่วง 247 ปีก่อนคริสตกาลและได้รับการ บูรณะต่อเติมในยุคหลังๆ จนกระทั่งมาถึงคราวล่มสลาย

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อ 10 ปีก่อนคริสตกาลนั้นเอง เมืองแห่งนี้ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้า ในภูมิภาคเอเชียกลาง และเป็นจุดยุทธศาสตร์การป้องกัน ไม่ให้อาณาจักรโรมันเข้าแพร่ขยายอิทธิพลมาทางนี้นั้นเอง ด้วยจุดเด่นของเมืองแห่งนี้ คือปราการที่กำแพงหนาถึง 8 – 9 เมตร

ล้อมรอบหอคอยถึง 43 แห่ง เป็นวงล้อมสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลือให้เราได้เห็นกันนั้นเอง สถานที่สุดท้ายนั้นคือ หุบเขาแยงกีคาลา ( Yangykala Canyon ) ที่แห่งนี้นั้นมีความหมาย ในภาษาท้องถิ่นว่า ปราการอัคคี ( Fire Fortress )

นอกจากนี้ยังได้รับสมญานามว่า เป็น Grand Canyon แห่งเติร์กเมนิสถาน ด้วยความสวยงามของ ภูเขาที่นี้มีลักษณะเหมือนกับถูกน้ำกัดเซาะในอดีต เพราะดินแดนนี้เมื่อ 5.5 ล้านปีก่อน ที่แห่งนี้จมอยู่ใต้ ทะเลเอธิส ( Tethys Sea ) ก่อนที่กาลเวลาจะล่วงเลยมา

น้ำค่อยๆลดตัวลง จนทำให้พื้นดินโผล่ขึ้นมา กลายเป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ และกำเนิดหุบเขาแห่งนี้ที่ถูกน้ำ กัดเซาะเป็นเวลานานนั้นเอง จึงทำให้ที่แห่งนี้มีความงดงาม ในแบบทะเลทรายเอเชียกลางนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวเติร์กเมนิสถาน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยว อีกมากที่เป็นไฮไลท์ของประเทศแห่งนี้ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดอย่างมากเลยทีเดียวนั้นเอง

เติร์กเมนิสถาน

ปัจจุบันเติร์กเมนิสถานเป็นอย่างไร?

ด้วยความมั่นคงที่เคร่งครัด และระบบการปกครองที่รวบอำนาจ ไว้ที่ตัวประมุขของประเทศเพียงคนเดียว ทำให้สิทธิเสรีภาพผู้คนในประเทศนั้น ถูกจัดกัดและควบคุมนั้นเอง เพราะเป็นผลจากการปกครอง ของสหภาพโซเวียตที่เข้ามามีอิทธิพลในแถบนี้

ทำให้ได้รับอิทธิพลแนวคิดมา ปรับใช้ในการปกครอง จึงทำให้สิทธิผูกขาดในประเทศนี้ อยู่ที่ตัวผู้นำสูงสุดนั้นเอง ประเทศแห่งนี้เติบโตได้ด้วย ก๊าชธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ทำให้ประเทศมีปัจจัยในการพัฒนา ทางด้านสถาปัตยกรรมและทางด้านวิศวกรรม อันเป็นจุดเด่นของประเทศนี้นั้นเอง

สรุปการเดินทางท่องเที่ยวเติร์กเมนิสถานเป็นอย่างไร?

เป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม และเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะของประเทศนี้ ถึงแม้ประเทศนี้จะดูไม่ค่อยเปิดรับนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก แต่ทว่าหากได้มาสัมผัส การท่องเที่ยวของที่นี้แล้ว ก็จะทำให้รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวอีก โลกหนึ่งเลยทีเดียว เพราะ ด้วยสิ่งก่อสร้าง รวมถึงสภาพอากาศของทะเลทรายนั้น พาให้เรานึกถึงหนังไซไฟหลายๆเรื่องนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว

แบบเอเชียกลางจะต้องชอบประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอนจึงทำให้มองว่า เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ที่มีความโดดเด่นและล้ำหน้า ไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในโลกตะวันออกนั้นเอง

เพราะประเทศส่วนใหญ่ในดินแดนนี้ ต่างมีสไตล์การก่อสร้างสถาปัตยกรรม ที่มีการแข่งขันกันเพื่อเป็น ต้นแบบแห่งศูนย์กลางสถาปัตยกรรม ด้วยความสามารถของชาวตะวันออกกลาง ที่เก่งในเรื่องการก่อสร้างมาตั้งแต่โบราณ จึงทำให้ประเทศแห่งนี้มีความโดดเด่น ทางด้านการก่อสร้างนั้นเอง

แคลิฟอร์เนีย

ที่เที่ยวติดอันดับ

เที่ยวกวางโจว

เทศกาลเพลง

เกมแอ็กชันต่อสู้

คดีลึกลับปริศนา