ท่องเที่ยวโครเอเชีย โครเอเชีย ประวัติ เป็นอย่างไร?

ท่องเที่ยวโครเอเชีย โครเอเชียตั้งอยู่ ระหว่างภูมิภาคยุโรปกลาง ภูมิภาคยุโรปใต้ และ ภูมิภาคยุโรปตะวันออก ซึ่งหากมองจากแผนที่แล้ว ลักษะประเทศนั้นมีความคล้าย พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหรือเกือกม้า ทำให้สามารถติดต่อการค้า กับประเทศรอบข้างได้อย่าง สโลวีเนีย ฮังการี เซอร์เบีย บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนา มอนเตเรโกร และอิตาลี

ซึ่งในอดีตนั้นดินแดนแห่งนี้ มีคนอยู่อาศัยกันแล้ว ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดค้นพบหลักฐาน ทางโบราณคดีเอาไว้ที่เมือง คราปินา อยู่ทางตอนเหนือของโครเอเชีย จนมาถึงช่วงยุคกรีก และโรมัน

ดินแดนแห่งนี้ได้มีการ อพยพกันเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ นั้นก็คือชาวอิลลิเรีย และชาวลิบูร์เนีย จนกระทั่งอาณาจักรโรมันล่มสลาย จึงทำให้ชาวเมืองได้ย้าย หนีกันไปจำนวนมาก รวมถึงดินแดนทางโครเอเชียเอง

ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันของนักประวัติศาสตร์ ถึงหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน ของชาวโครแอต ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวโครเอเชียนั้นเอง ซึ่งภายหลังต่อมาดินแดน ในแถบนี้เกิดการต่อสู้แย่งดินแดนกัน ระหว่างจักรวรรดิออสเตรีย – ฮังการี

และจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15-19 เป็นการห่ำหันกันเรื่องดินแดน จากสองอาณาจักรที่กำลังเติบโต ในเวลาเดียวกันและสิ้นสุดลงพร้อมกันอีกด้วย หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมัน

แผ่ขยายอำนาจมาถึงยุโรปตอนกลาง และขยายไปทางตอนเหนือ จนทำให้ปะทะกับจักรวรรดิออสเตรีย ที่มีอาณาเขตทางตอนเหนือ รวมไปถึงทางตอนกลางของยุโรป จึงทำให้พื้นที่โครเอเชียเอง

เป็นเหมือนจุดกึ่งกลาง ระหว่างสองมหาอำนาจ และเกิดการสู้รบอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งมาถึงช่วงศตวรรษที่ 19 สองอาณาจักรในอดีต ได้ล่มสลายลง จึงเกิดเป็นประเทศใหม่ๆ เต็มไปทั่วทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง

โครเอเชียเองได้ประกาศเอกราช และขอเข้าร่วมกับรัฐสโลวีน ในปีค.ศ. 1918 ทำให้ต่อมาได้รวมเข้ากับ อาณาจักรเซอร์เบียที่อยู่ติดกันเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ.1918 ทำให้ได้ชื่อใหม่ว่า ราชอาณาจักเซิร์บ โครแอต

จนกระทั่งมาถึงยุคนาซีเยอรมัน ได้เข้ามาแทรกแทรงการเมืองในประเทศ ภายใต้การนำของเผด็จการอย่าง อเล็กซานเดอร์ในปีค.ศ. 1929 เขาได้กำหนดรัฐธรรมนูธรวมศูนย์ ไว้ในที่เดียวและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ยูโกสลาเวีย

และได้เริ่มการจัดการ ให้โครเอเชียนั้น กลายเป็นรัฐเดี่ยวปกครองตัวเอง แต่อยู่ภายใต้อำนาจของ ยูโกสลาเวีย เมื่อนาซีเยอรมันและอิตาลีได้ใช้รัฐบาลของ ยูโกสลาเวีย เป็นหุ่นเชิดของตน จากนั้นในปีค.ศ.1941

ได้ทำการบุกรุกเขตแดน ของโครเอเชีย จนกระทั่งภายหลังสงครามสิ้นสุด ดินแดนต่างๆได้ถูกแยกตัวอีกครั้ง และโครเอเชียเองได้กลับมาปกครองตนเอง สืบมาภายใต้ชื่อสาธารณรัฐโครเอเชียมาจนถึงทุกวันนี้

ท่องเที่ยวโครเอเชีย

ท่องเที่ยวโครเอเชีย มีระบบเศรษฐกิจอย่างไร?

ด้วยพื้นที่ของโครเอเชียนั้น ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน อยู่หลายประเทศจึงทำให้ เกิดการส่งออก แต่ก็เป็นรองเพียงประเทศ สโลวีเนีย เนื่องจากเป็นเขตอุตสาหกรรม ของสหพันธ์สาธารณยูโกสลาเวีย ซึ่งรายได้หลักของโครเอเชีย มาจากการท่องเที่ยว เนื่องจากภูมิประเทศเอง เป็นลักษณะชายฝั่งทะเลเอเดรียติก และมีหมู่เกาะที่สวยงาม

ทำให้ปัจจุบันโครเอเชีย มีภาวะเศรษฐกิจที่ดีกว่า ประเทศอดีตสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวียเสียอีก สำหรับนโยบายเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลได้เปิดเสรีทางการค้า เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็นทางภาครัฐเอง หรือภาคเอกชนที่มีส่วนช่วยในเรื่องเกิดค้า ทำให้ประเทศโครเอเชีย มีนักลงทุนจากต่างประเทศมากมาย เข้ามาเสริมสร้างเสถียรภาพ ของเศรษฐกิจโครเอเชีย

และยังสามารถควบคุมสกุลเงินของตัวเอง ให้คงที่และอยู่ได้ท่ามกลางสกุลเงินอื่นๆ ในประเทศใหญ่ๆในยุโรป ระบบเศรษฐกิจของโครเอเชีย เริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็ต่อเมื่อ การเข้าร่วมสหภาพอียูนั้นเอง

โครเอเชียได้เข้าร่วมสหภาพอียู เมื่อปีค.ศ.2013 นี้เอง จึงทำให้ได้สิทธิทางการค้า รวมถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างประเทศ ทำให้ง่ายต่อการเดินทาง โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่านั้นเอง โครเอเชียนั้น

ถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่เป็นประเทศแห่ง การท่องเที่ยว เพราะซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ ที่คอยค้ำจุนโครเอเชีย จนมาถึงทุกวันนี้นั้นเอง ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจ จึงทำให้ดึงดูดคู่ค้ารวมถึงนักลงทุนมากขึ้น จึงทำให้เกิดการแปลรูป เป็นรัฐวิสาหกิจกันเป็นจำนวนมากนั้นเอง

ท่องเที่ยวโครเอเชีย

โครเอเชียสถานที่ท่องเที่ยว เป็นอย่างไร?

โครเอเชียนั้น นับว่าเป็นประเทศที่มี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม ที่มีความสวยงามอย่างมาก ไม่แพ้ประเทศอื่นๆในยุโรปเลยทีเดียว แต่ด้วยระบบเศรษฐกิจของโครเอเชีย พึ่งการท่องเที่ยวเป็นหลัก จึงทำให้นักท่องที่หลั่งไหลกัน ไปเที่ยวชมนั้นจะต้องมองเห็น ประเทศนี้มีอะไรดีอย่างแน่นอน สถานที่อันเป็นไฮไลท์

ที่ทางเราจะแนะนำนั้น สถานที่แรกคือ เมืองฮวาร์ (Havar Town) ตั้งอยู่บนเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุด ของโครเอเชียเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่กลางชายฝั่งทะเลดัลเมเซี่ยน เมืองแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยทะเลสีฟ้าใส

เป็นสิ่งประทับใจแรกที่เห็น ความสวยงามทะเลแห่งนี้ เมืองนี้มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ และสภาพสมบูรณ์ ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทาง กันมาที่นี้อย่างล้นลามเลยทีเดียว

สถานที่ต่อไป ดูบรอฟนิก (Dobrovnik) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของชายฝั่ง ดัลเมเซี่ยน สถานที่แห่งนี้ได้รับฉายาว่า  “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” ถูกบันทึกเป็นมรดกในปีค.ศ.1979 เมืองแห่งนี้มีสถาปัตยกรรม

ที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมา สภาพป้อมปราการยังคงสมบูรณ์ ถึงแม้จะเคยผ่านช่วงเวลาสงครามมาแล้วก็ตาม นับว่าเป็นเมืองท่าที่มีความสวยงามอย่างมาก ถึงกับมีซีรี่ย์ชื่อดังได้ใช้สถานที่แห่งนี้

เป็นเมือง King ‘s Landing จากเรื่อง Game of Thrones นั้นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถ ชมวิวทั่วทั้งเมือง ได้จากบนกำแพงเมืองเก่า อีกด้วย เราไปกันต่อที่ ทะเลสาบพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes)

หรือ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิตเวเซ่ (Plivice Lake Nation Part) เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังมีอายุเก่าแก่อย่างมาก จากการเกิดขึ้นของธรรมชาติแห่งนี้ อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขา Mala Kapela

และเทือกเขา LičkaPlješivica เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามอย่างมาก ด้วยธรรมชาติป่าไม้รวมถึง น้ำตกที่ไหลสู่ทะเลสาบ นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก สามารถมาเที่ยวได้ทั้งช่วงฤดูร้อน และ ฤดูหนาว

เราก็จะได้เห็นน้ำแข็ง ปกคลุมทะเลสาบที่มี ความสวยงามไปอีกแบบด้วย สถานที่สุดท้ายนั้นคือ เมืองซาเกร็บกอร์นจิกราด (Zagreb’s Gornji Grad) เป็นเมืองหลวงของประเทศ โครเอเชีย เมืองแห่งนี้จะทำให้เรา

ได้สัมผัสกับบรรยากาศ ยุโรปยุคกลางก็เพราะว่า สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งเมืองแห่งนี้ยังมีบุคคลสำคัญ ที่เป็นนักประดิษย์ชื่อดังอย่าง Nikola Tesla นั้นเอง สิ่งที่เขาสร้างทิ้งเอาไว้ให้กับโลกนี้

ด้วยความภาคภูมิใจของชาวเมือง จึงได้สร้างแผ่นหินจารึก เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในโครเอเชีย ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาก ที่สวยงามและขึ้นชื่อ จนทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ของโครเอเชียนั้นบูมอย่างมากนั้นเอง

สิ่งใดที่ผลักดัน ให้เป็นโครเอชียได้ทุกวันนี้?

ประเทศโครเอเชียนั้น ได้เผชิญกับวิกฤติทางการเมือง และสงครามอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศขึ้นมา ไม่ว่าจะตกอยู่ภายใต้การปกครอง แบบเผด็จการ ที่ทำเอาประชาชนในประเทศ ต่างเดือดร้อนและต้องทนกับ สภาวะสงครามที่ต้องรับมืออยู่ตลอด แต่หลังจากที่สิ้นสุดยุคเผด็จการ ทำให้เกิดการพัฒนามากขึ้น และได้จัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างดี

รวมถึงโครเอเชียยังมีระบบอุตสาหกรรม ที่ไม่แพ้ประเทศอื่นๆในยุโรปอีกด้วย และยังเป็นจุดกำเนิด ตำนานเทสล่า นักประดิษย์เครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสสลับ คนแรกของโลก ที่เป็นคนคิดค้นการส่งจ่าย ไฟฟ้าไปตามที่ต่างๆในไกลขึ้น

กว่าทางตรง นับว่าล้ำอย่างมากในยุคนั้น ที่ยังมีการใช้ไฟฟ้าทางตรงกันมาก จนต่อมาชื่อของเขานั้น กลับเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระ ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าอย่างมากนั้นเอง ถึงแม้ประชากรในโครเอเชียจะน้อย แต่ก็สามารถผลักดันพัฒนา ประเทศตัวเองให้เจริญได้ถัดเทียมประเทศอื่นๆ

สรุปการเดินทาง ในการไปโครเอเชียเป็นอย่างไร?

โครเอเชียนั้นถือได้ว่าเป็นประเทศ ที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อันเก่าแก่ที่ถูกบันทึก ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึง ความเป็นโครเอเชียที่ พวกเขาฝ่าฝันมาหลายศตวรรษ ในเรื่องของดินแดนของตัวเอง

แต่ก็ส่งผลให้ประเทศรูปเสี้ยวพระจันทร์แห่งนี้ พัฒนาตัวเองสร้างความเข้มแข็ง ป้องกันประเทศของเขาเอาไว้ได้ หากเรามาเดินเที่ยวในเมืองต่างๆ จะพาให้เรารู้สึกอยู่ในช่วงยุคกลางอยู่ตลอด

เพราะสถาปัตยกรรมบ้านเรือนต่างๆ ยังคงอนุรักษ์เอาไว้จนถึงปัจจุบัน จึงทำให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของ โครเอเชีย ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองท่า ที่สวยที่สุดแห่งทะเลเอเดรียติกอีกด้วย หากใครที่ชื่นชอบสัมผัสอากาศ ริมชายหาดและน้ำทะเลสีฟ้าใส แล้วละก็ไม่ควรพลาด

จึงทำให้มองว่า โครเอเชียเป็นประเทศริมฝั่งทะเลที่มีมนต์เสนห์ อีกทั้งปกคลุมไปด้วยธรรมชาติ อันสวยงามจนทำเอานักท่องเที่ยว จากทั่วทั้งโลกอยากจะมาสัมผัสความสวยงาม ของที่แห่งนี้มากขึ้นตลอดทุกปี นับว่าใครที่ชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ และศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมแล้วละก็ไม่ควรพลาดประเทศนี้ เป็นตัวเลือกในการเดินทางของคุณ

ที่เที่ยวอเมริกา